วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2557

วิตามินยู

วิตามินยู

          ข้อมูลของวิตามินยูยิ่งมีน้อยกว่า วิตามินที มีข้อสันนิษฐานว่ามันมีส่วนสำคัญในการช่วยบำบัดแผลพุพอง แต่ความเห็นในวงการแพทย์  ยังไม่ตรงกันในประเด็นนี้  วิตามินนี้พบได้ในกะหล่ำปลีดิบ และไม่พบว่ามีอันตรายต่อร่างกาย         

   

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ   http://www.vitamin.co.th/Vitamin.asp

เรียงเรียงโดย  http://vitamins-pantip.blogspot.com/

วิตามินที

วิตามินที

          มีข้อมูลเกี่ยวกับวิตามินชนิดนี้น้อยมาก ทราบแต่เพียงว่ามันช่วยในกระบวนการแข็งตัวของเลือด และ สร้างเกล็ดเลือด ด้วยคุณสมบัตินี้มันจึงมีส่วนสำคัญในการป้องกันและรักษาภาวะเลือดจาง และ ฮีโมฟีเลีย ยังไม่มาขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีจำหน่ายในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามท้องตลาด วิตามินี้พบได้ในเมล็ดงา และ ไข่แดง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ   http://www.vitamin.co.th/Vitamin.asp

เรียงเรียงโดย  http://vitamins-pantip.blogspot.com/

 

วิตามินเค ( เมนาไดโอน )

วิตามินเค ( เมนาไดโอน )

          ละลายในไขมัน วิตามินเค มีสามชนิดคือ เค 1 ( ฟิลโลควิโนน ) พบในผักใบเขียว เค 2 ( เมนาควิโนน ) สามารถสร้างขึ้นได้เองโดยแบคทีเรียกลุ่มโพรโบติกในลำไส้ใหญ่ และ เค 3  ( ไดไฮโดรฟิลโลควิโนน ) ซึ่งเป็นวิตามินสังเคราะห์  วิตามิน เค 1 และ เค 2 ต่างก็มีความสำคัญต่อสุขภาพที่ดี ในแง่ที่แตกต่างกัน  วิตามินเค 3 ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระและ ไมได้ทำหน้าที่เป็นวิตามินเคอย่างแท้จริง และ ในตัวมันเองไม่จัดว่าเป็นวิตามินที่ดีต่อร่างกายวิตามินี้ช่วยป้องกันเลือด ออกภายใน และ เลือดไหลไม่หยุด ป้องกันกระดูกเปราะบาง พบมากในผักใบเขียว โยเกีร์ต อัลฟัลฟา ไข่แดง น้ำมันดอกคำฝอย
วิตามินพี ( ซีคอมเพล็กซ์ , ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ , รูติน , เฮสเพอริดิน )

          ละลายในน้ำ ประกอบด้วยซิตริน รูติน และ เฮสเพอริดิน รวมไปถึงฟลาโวนและ ฟลาโวนอล จำเป็นต่อการทำงานและการดูดซึมของวิตามินซี มีอีกชื่อหนึ่งว่าตัวควบคุมการทำงานของ เส้นเลือดฝอย (ชื่อวิตามินพี นั้น ย่อมาจาก   Permeability   )ช่วยวิตามินซี ในการเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อที่เกียวพัน ป้องกันไม่ให้วิตามินซีถูกทำลายจากปฏิกิริยา ออกซิเดชั่น เพิ่มความแข็งแรงผนังเส้นเลือดฝอย เสริมภูมิต้านทาน  ป้องกันโรคติดเชื้อ  เพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินซี  พบมากในส่วนกากสีขาวของผลไม้รสเปรี้ยวเช่น ส้ม มะนาว

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ   http://www.vitamin.co.th/Vitamin.asp

เรียงเรียงโดย  http://vitamins-pantip.blogspot.com/

 

วิตามินเอฟ ( กรดไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ ไลโนเลอีก , ไลโนเลนิก , และ อะราคิโดนิก )

วิตามินเอฟ ( กรดไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ ไลโนเลอีก , ไลโนเลนิก , และ อะราคิโดนิก )

          ละลายในไขมัน เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ได้จากการรับประทานอาหาร ยังไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน แต่ สถาบันวิจัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา แนะนำว่าอย่างน้อยร้อยละ 1  ของแคลลอรี่ที่เรารับประทานในแต่ละวัน ควรมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกายประกอบอยู่ด้วย วิตามินนี้ช่วยป้องกันมิให้คอเลสเตอรอลสะสมที่ผนังหลอดเลือด ช่วยให้ผมและผิวพรรณมีสุขภาพดี ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตและ สุขภาพโดยรวม โดยกระตุ้นการทำงานของต่อมต่างๆ และทำให้เซลล์ต่างๆ ได้รับแคลเซียม ช่วยต่อสู้กับโรคหัวใจ ช่วยลดน้ำหนัก พบมากในน้ำมันจากพืช ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันรำข้าว นำมันเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ   http://www.vitamin.co.th/Vitamin.asp

เรียงเรียงโดย  http://vitamins-pantip.blogspot.com/

 

วิตามินอี ( โทโคฟีรอล / โทโคไทรอีนอล )

วิตามินอี ( โทโคฟีรอล / โทโคไทรอีนอล )

          ละลายในไขมัน ถูกเก็บสะสมที่ตับ เนื้อเยื่อไขมัน หัวใจ กล้ามเนื้ออัณฑะ มดลูก เลือด ต่อมหมวกไต ประกอบด้วยสารธรรมชาติสองกลุ่มรวมแปดรูป ๆ ของแอลฟาโทโคฟีรอล จัดได้ว่ามีฤทธิ์ทางชีวภาพสูงสุด ค่าไอยู ที่ระบุไว้ในวิตามินเสริมอาหาร เป็นค่าของแอลฟาโทโคฟีรอล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม ป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นของสารกลุ่มไขมัน ทำงานเฉกเช่นเดียวกับวิตามินเอ ซีลิเนียม และ วิตามินซี  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินเอ  วิตามินนี้ช่วยให้แลดูอ่อนกว่าวัย โดยชลอกระบวนการเสื่อมสภาพาของเซลล์ อันเกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ช่วยป้องกันมะเร็งหลายประเภท ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านม  พบมากใน จมูกข้าวสาลี ถั่วเหลือง น้ำมันพืช ถั่ว กำหล่ำดาว  ผัก

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ   http://www.vitamin.co.th/Vitamin.asp

เรียงเรียงโดย  http://vitamins-pantip.blogspot.com/

 

วิตามินดี ( แคลซิเฟอรอล , ไวออสเตอรอล , เออร์กอสเตอรอล )

วิตามินดี ( แคลซิเฟอรอล , ไวออสเตอรอล , เออร์กอสเตอรอล )

           ละลายในไขมันร่างกายได้รับจากอาหาร หรือแสงแดด  รังสียูวียจากแสงแดดจะทำปฏิกิริยากับน้ำมันที่ผิวหนัง ก่อให้เกิดการสร้างวิตามิน ซึ่งจะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกาย วิตามินดีที่ เรารับประทานเข้าไปจะถูกดูดซึม พร้อมไขมันผ่านทางผนังลำไส้ เข้าสู่ร่างกาย วิตามินดี ส่งเสริมการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งจำเป็นต่อความแข็งแรงของกระดูกและฟัน รับประทานร่วมกับวิตามินเอ และซี จะช่วยป้องกันโรคหวัดได้ ช่วยในการดูดซึมของวิตามินเอ แหล่งในธรรมชาติคือน้ำมันตับปลา ปลาซาดีน ปลาแซลมอน และ ปลาทูน่า 


ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ   http://www.vitamin.co.th/Vitamin.asp

เรียงเรียงโดย  http://vitamins-pantip.blogspot.com/

วิตามินซี ( กรดแอสคอร์บิก )

วิตามินซี ( กรดแอสคอร์บิก )

           ละลายในน้ำ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง สัตว์ส่วนใหญ่สังเคราะห์วิตามินซีเองได้ แต่มนุษย์ ลิง และ หนูตะเพาต้องอาศัยวิตามินซีจากอาหารที่รับประทาน มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการสร้างและซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ เหงือก ผนังหลอดเลือด กระดูกและฟัน ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในภาวะเครียด ป้องกันการเกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชันของคอเลสเตอรอล ชนิดไม่ดี ช่วยในการรักษาแผลสด แผลไหม้และอาการเลือดออกตามไรฟันเพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใช้ในการรักษาโรค ติดต่อเชื้อทางเดินปัสสาวะ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัส และ แบคทีเรีบหลายชนิด ช่วยต่อต้านการสร้างสารไนไตรซามีน (สารก่อมะเร็ง ) ช่วยในการรักษาและป้องกันหวัด เพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็ก พบมากใน ผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่  ผักใบเขียว มะเขือเทศ แคนตาลูป ดอกกะหล่ำ มันฝรั่ง พริกไทย 


ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ   http://www.vitamin.co.th/Vitamin.asp

เรียงเรียงโดย  http://vitamins-pantip.blogspot.com/