วิตามิน(Vitamins) - วิตามินทั้งหมด - We Love Vitamins
ประโยชน์ของวิตามิน อย่างคราวๆ (Benefit of Vitamin)
.jpg)
วิตามินเอ (Vitamin A) - เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการมองเห็น ป้องกันโรคตาบอด บำรุงสายตา บำรุง ผม และเล็บ
วิตามินบี 1 (Vitamin B1) - บำรุงประสาท แก้เหน็บชา ช่วยเผาพลาญคาร์โบไฮเดรต ไปเป็นพลังงาน ถ้าขาดจะหงุดหงิดง่าย
วิตามินบี 2 (Vitamin B2) - ช่วยเผาพลาญคาร์โบไฮเดรต ถ้าขาดจะเป็นแผลที่มุมปาก ผิวจะแตกหยาบกระด้างวิตามินบี 3 ช่วยเผาพลาญไขมัน และคาร์โบไฮเดรต บำรุงผิวหนังและระบบประสาท
วิตามินบี 5 (Vitamin B5) -ช่วยเผาพลาญคาร์โบไฮเดรต ไขมันและโปรตีน ลดอาการภูมิแพ้ หอบหืด นอนไม่หลับ
วิตามินบี 6 (Vitamin B6) - ช่วยบรรเทาอาการก่อนจะมีประจำเดือน แก้แพ้ท้อง บำรุงประสาท ลดอาการไขมันอุดตันในเส้นเลือด
วิตามินบี 7 (Vitamin B7) - ช่วยในการย่อยหรือแตกตัวของโปรตีนและไขมัน
วิตามินบี 9 (Vitamin B9) - ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง เสริมความจำ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ และมะเร้งเต้านม ถ้าในเลือดมีกรดโฟลิกต่ำ ทำให้จิตใจหดหู่ ขาดความรู้สึกทางเพศ
วิตามินบี 12 (Vitamin B12) - ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือด บำรุงประสาท ป้องกันอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากโรคโลหิตจาง
วิตามินซี (Vitamin C) - ต้านอนุมูลอิสระ สร้างคอลลาเจน ช่วยควบคุมระดับคลอเรสเตอรอล บำรุงผิวพรรณและกระดูก ป้องกันโรคมะเร็ง ลดอาการภูมิแพ้ ช่วยบรรเทาอาการหวัด
วิตามินดี (Vitamin D) - บำรุงกระดูกและฟัน ป้องกันโรคกระดูกอ่อนในเด็ก ทำหน้าที่ควบคุมการดูดซึมแคลเซียม
วิตามินอี (Vitamin E) - ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ป้องกันการแข็งตัวของเลือด
วิตามินเค ช่วยให้เลือดแข็งตัว
วิตามินเอ
เป็น วิตามินที่ละลายได้ในไขมัน จึงต้องการไขมันและแร่ธาตุในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ร่างกาายสามารถสะสมวิตามินเอได้จึงไม่จำเป็นต้องรับประทานทุกวัน วิตามินเอมีสองรูปคือ วิตามินเอแบบสำเร็จที่เรียกว่า เรตินอล ( พบในอาการที่มาจากสัตว์เท่านั้น ) และ แบบโปร-วิตามินเอ หรือ เรียกอีกชื่อว่า แคโรทีน ( พบในอาหารที่มาจากทั้งพืชและสัตว์ ) โดยเบต้าแคโรทีนจะเป็นรูปแบบที่่แนะนำสำหรับวิตามินเอ เนื่องจาก ไม่มีความเสียงต่อการเป็นพิษจากการสะสม ประโยชน์ของวิตามินชนิดนี้คือ ช่ว่ยลดจุดด่างดำที่ผิวหนัง เมื่อใช้ทาบริเวณผิว จะมีส่วนช่วยในการรักษาสิว ริ้วรอยตื้น ๆ โรคผิวหนังชนิดเป็นตุ่มพุพอง ทีเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย , เสริมสร้างภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อในทางเดินหายใจ แหล่งอาหารจากธรรมชาติที่พบมากที่สุดคือ น้ำมันตับปลา แครอท ตับ ผักเหลื่อง เขียวเข้ม ไข่ นม ผลิตภัณฑ์จากนม มาร์การีน และ ผลไม้สีเหลือง รายละเอียดเพิ่มเติม
วิตามินบี 1 ( ไทอะมิน )
เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ เช่นเดียวกับวิตามินตัวอื่น ๆหากมีอยู่ในร่างกายมากเกินไปจะถูกขับออก และ ร่างกายไม่สามารถจะเก็บสะสมไว้ได้จึงต้องได้รับการชดเชยทุกวัน วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่บำรุงระบบประสาท ส่งผลต่อความคิดและการทำงานของสมอง ส่งเสริมการเจริญเติบโต ช่วยระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะประเภทแป้ง บำรุงความคิดและสติปัญญาให้ดีขึ้น ช่วยให้ระบบระสารทและกล้ามเนื้อ และหัวใจทำงานเป็นปกติ ช่วยบรรเทาอาการเมาเรือ หรือ เมาเครื่องบิน บรรเทาอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดทำฟัน แหล่งวิตามินบี 1 ในธรรมชาติที่ดีที่สุดคือ บริเวอร์ยิสต์ เปลือกข้าวเมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี โฮลวีต ถั่วเหลือง ไข่แดง รายละเอียดเพิ่มเติม »»
วิตามินบี 2 ( ไรโบฟลาวิน )
เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ถูกดูดซึมง่ายปริมาณที่ถูกขับออกขึ้นกับปริมาณความต้องการของร่างกาย และ อาจเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการสูญเสียโปรตีน ร่างกายไม่สะสมวิตามินบี 2 เราจึงควรได้รับวิตามินบี 2 อย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะทางอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีอีกชื่อหนึ่งว่า วิตามินจี ข้อแตกต่างจากวิตามินบี 1 คือ วิตามินบี 2 ไม่ถูกทำลายโดยความร้อน ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น หรือ กรด แต่ถูกแสงสว่างทำลายได้โดยง่ายเป็นวิตามินที่พบว่าชาวอเมริกันขาดมากที่สุด ประโยชน์ของวิตามินบี 2 คือช่วยในกระบวนการเจริญเติบโตและเจริญพันธ์ ส่งเสริมสุขภาพผิวพรรณและเล็บ , เส้นผม ช่วยกำจัดอาการเจ็บแสบในปาก ริมฝีปาก และ ลิ้นช่วยเสริมประสิทธิภาพการมองเห็นและบรรเทาอาการอ่อนล้าของสายตา ช่วย
ลดอาการปวดศรีษะจากไมเกรน แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุดคือ นม ตับ ไต ชีส ผักใบเขียว ปลา ไข่ โยเกิร์ต ถั่ว
วิตามินบี 3 ( ไนอะซิน , ไนอะซินาไมด์ , กรดนิโคตินิก , นิโคตินาไมด์ )
เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำหนึ่งในสมาชิกของวิตามินบี รวม ร่างกายสามารถสร้างไนอะซินขึ้นเองได้โดยใช้กรดแอมิโนทริปโตแฟน ผู้ที่ร่างกายขาดวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินบี 6 จะไม่สามารถสร้างไนอะซินจากทริปโตแฟนได้ การขาดไนอะซินจะทำให้บุคลิคภาพเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงได้ มีส่วนสำคัญในการสังเคราะห์ฮอร์โมนเพศ และมีความจำเป็นต่อสุขภาพที่ดีของระบบประสาทและการทำงานของสมอง เป็นหนึ่งในวิตามินที่ค่อนข้างเสถียรในอาหาร ทนต่อกระบวนการปรุงอาหารและการเก็บรักษา โดยสูญเสียประสิทธิภาพน้อยมาก พบมากใน ปลา เนื้อไม่ติดมัน ผลิตภัณฑ์โฮลวีต ตับ จมูกข้าวสาลี ปลา ไข่ ถั่วลิสงคั่ว เนื้อขาวจากสัตว์ปีก
วิตามินบี 6 ( ไพริด๊อกซิน )
เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำถูกขับออกจากร่างกายภายใน 8 ชั่วโมงหลังรับประทานเข้าไปเช่นเดียวกับวิตามินตัวอื่น ๆร่างกายจึงควรได้รับการทดแทนจากอาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ร่างกายจะต้องการวิตามินบี 6 เพิ่มหากรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง และร่างกายต้องการวิตามินบี 6 เพื่อเสริมการดูดซึมของวิตามินบี 12 ผลิตภัณฑ์จากนมเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินบี 6 ค่อนข้างต่ำ หากวิตามินบี 6 ทำงานร่วมกันกับกรดโฟลิกในการลดระดับกรดแอมิโนที่มีชื่อว่าโฮโมซิสเทอีนในกระแสเลือดส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ป้องกันการเกิดนิ่วในไต ช่วยให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันได้ดีขึ้น ช่วยส่งเสริมการสร้างกรดนิวคลิอีกที่ชลอกระบวนการชราได้ แหล่งอาหารจากธรรมชาติที่ดีที่สุดคือ บริเวอร์ยีสต์ รำข้าว จมูกข้าวสาลี ตับ ปลา ถั่วเหลือง ข้าวไม่ขัดสี
วิตามินบี 12 ( โคบาบามิน )
เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำและมีประสิทธิภาพที่ดีแม้ปริมาณเพียงเล็กน้อย มีอีกชื่อหนึ่งที่รู้จักกันคือ “วิตามินแดง” sinv ไชยาโนโคบาลามิน ไชยาโนโคบาลามิน
คือรูปแบบทางการค้าของวิตามินบี 12 ที่วางจำหน่ายเป็นวิตามินเสริม เป็นวิตามินเพียงตัวเดียวที่มีแร่ธาตุที่จำเป็นประกอบอยู่ แตกตัวไม่ดีนักในกระเพาะอาหาร ต้องรวมกับแคลเซียมเพื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น ประโยชน์คือสร้างเม็ดเลือดแดงป้องกันโลหิตจาง ช่วยลดระดับกรดแอมิโนโฮโมซิสเทอีน ในกระแสเลือด จึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเสริมสร้างการเจริญเติบโตและช่วยให้เด็กเจริญอาหาร บรรเทาอาหารหงุดหงิด เพิ่มสมาธิ ความจำและการทรงตัว ช่วยป้องกันมะเร็งที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและช่วยป้องกันกระดูกพรุนได้ พบได้ในผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อสัตว์เป็นหลัก ส่วนอาหารจากพืชไม่มีวิตามินบี 12 ( มีข้อยกเว้นบ้าง )ดังนั้นหากคุณเป็นมังสวิรัติที่ไม่ทานไข้และผลิตภัณฑ์นม คุณควรรับประทานวิตามินบี 12 เสริมอย่างยิ่ง รายละเอียดเพิ่มเติม »»
วิตามินบี 13 ( กรดออโรติก )
วิตามินชนิดนี้ไม่มีจำหน่ายในอเมริกา ช่วยในกระบวนการเมแทบอลิซึมหรือการเผาผลาญกรดโฟลิกและวิตามินบี 12 วิตามินชนิดนี้อาจช่วยป้องกันโรคตับบางชนิดและป้องกันการแก่ก่อนวัย ช่วยรักษาโรคมัลติเพิลสเคลอโรซิส ( เป็นความผิดปกติของประสามส่วนกลาง พบมากในวัยหนุ่มสาว ) พบมากในผักหัว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากวิตามินบี 13 พบในชื่อ แคลเซียมออโรเทต(นอกสหรัฐอเมริกา)
วิตามินบี 15 ( กรดแพงเกมิก , ดีเอ็มจี , ไดเมทิลไกลซีน )
ละลายในน้ำ และ เนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องรับประทานยังไม่ได้รับการพิสูจน์จึงยังไม่จัดเป็นวิตามินอย่างเป็นทางการ ทำงานคล้ายวิตามินอี ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(รู้จักในชื่อกรดแพงเกมิก) พบมากในข้าวกล้อง เมล็ดธัญพืชไม่ขัดสี เมล็ดฟักทอง เมล็ดงา ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เร่งการฟื้นตัวจากความอ่อนเพลีย รักษาอาการเมาค้าง ป้องกันอันตรายจากมลพิษ
วิตามินบี 17 ( เลไทรล์ , อะมิกดาลิน , ไนทริโลไซด์ )
นับเป็นเวลาหลายปีที่สารซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลสองโมเลกุล ( เบนซาล-ดีไฮด์และไซยาไนต์ ) อันมีข้อขัดแย้งมากมายนี้ ถูกเรียกผิดๆ มาตลอดว่า “วิตามิน” บี 17 ซึ่งเป็นคำที่ผิดความหมายเป็นอย่างยิ่ง สารนี้สกัดจากเมล็ดเอพริคอต และมีการกล่าวอ้างถึงคุณสมบัติในการควบคุมแลป้องกันมะเร็ง แต่สารนี้ในปัจจุบันเป็นสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกา
วิตามิน เอช ( ไบโอติน , โคเอนไซม์อาร์ )
เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ มีซัลเฟอร์เป็นส่วนประกอบและเป็นหนึ่งในกลุ่มวิตามินบี รวม การสังเคราะห์กรดแอสคอร์บิก ต้องใช้ไบโอตินเป็นตัวช่วย มีส่วนสำคัญในการเผาผลาญไขมันและโปรตีน แบคทีเรียในลำไส้สังเคราะห์วิตามินชนิดนี้ได้ ไข่ดิบลดการดูดซึมของวิตามินนี้ ทำงานร่วมกับวิตามินบี 2 วิตามินบี 6 ไนอะซิน และ วิตามินเอ และช่วยในการรักษาสุขภาพผิวพรรณ ข้อดี ช่วยป้องกันผมหงอก ป้องกันและรักษาโรคเกี่ยวกับหนังศรีษะล้าน บรรเทาอาหารปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ป้องกันรักษาเล็บเปราะบาง พบมากในตับวัว ไข่แดง แป้งถั่วเหลือง นม เนยถั่ว ผู้ชายที่มีผมร่วงพบว่าการรับประทานไบโอตินเสริมช่วยให้ผมอยู่บนศรีษะได้นานขึ้น ไบโอตินทำงานเสริมกับ วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 ไนอะซิน และ วิตามินเอ เมื่อทำงานร่วมกันจะทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้น
โคลีน
เป็นหนึ่งในวิตามินบี รวมเป็นสารช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ทำงานร่วมกับอินอซิทอล(สมาชิกหนึ่งของวิตามินบีรวม)ในกระบวนการใช้ไขมันและคอเรสเตอรอลของร่างกายเป็นหนึ่งในสารไม่กี่ตัวที่สามารถ
ผ่านระบบกรองระหว่างเลือดและสมองซึ่งเป็นระบบที่ปกป้องสมองจากสารหลากหลายในอาหารที่เรารับประทานเข้าไปโคลีนจะตรงเข้าไปยังเซลล์สมองเพื่อผลิตสารเคมีที่ช่วยเรื่องความทรงจำ โคลีน จะช่วยในการกระจายตัวของคอเลสเตอรอล ไม่ให้คอเลสเตอรอลเกาะที่ผนังเส้นเลือดแดงหรือผนังถุงน้ำดี ช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอล ช่วยในการส่งกระแสโดยเฉพาะในสมองส่วนที่ทำหน้าที่ด้านความจำ ช่วยต่อกรกับปัญหาความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ ( ขนาด 1-5 กรัมต่อวัน ) ช่วยกำจัดสารพิษและยาที่ตกค้างในร่างกาย ทำให้เกิดความรุ้สึกผ่อนคลายช่วยในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ พบมากในไข่แดง สมอง หัวใจ ผักใบเขียว ยีสต์ ตับ จมูกข้าวสาลี และปริมาณเล็กน้อยในเลซิทิน ควรรับประทานโคลีนร่วมกับวิตามินบี อื่นๆ เสมอ ๆ
กรดโฟลิก ( โฟลาซิน , โฟเลต )
ละลายในน้ำเป็นอีกหนึ่งในตระกูลวิตามินบีรวม รู้จักกันทั้งในชื่อ วิตามิน บีซี หรือวิตามินเอ็ม มีความสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยลดระดับกรดแอมิโนโฮโมซิสเทอีนในเลือดและลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ ช่วยในการสร้างน้ำนมมารดาหลังการคลอด ช่วยป้องกันพยาธิในลำไส้และอาหารเป็นพิษ ช่วยให้ผิวพรรณแลดุสุขภาพดี ช่วยให้เจริญอาหารหากคุณกำลังอ่อนเพลีย พบมากในผักสีเขียวใบเข้ม แครอท ตับ ไข่แดง แคนตาลูป ฟักทอง ถั่ว
อินอซิทอล
ละลายในน้ำอีกหนึ่งในตระกูลวิตามินบีรวม และเป็นสารที่ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมัน รวมตัวกับโคลีนกลายเป็นเลซิทิน ช่วยในการเผาผลาญไขมันและคอเลสเตอรอล พบว่าเป็นสารอาหารสำคัญในการให้พลังแก่ เซลส์สมองเหมือนกับโคลีน นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดี ป้องกันการหลุดร่วง ช่วยปรับการสะสมของไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย พบมากใน ตับ สมองและหัวใจวัว ลูกเกด ถั่วลิมาแห้ง ถั่วลิสง กะหล่ำปลี
พาบา ( กรดพารา-แอมิโนเบนโซอิก )
ละลายในน้ำหนึ่งในสมาชิกใหม่ของวิตามินบีรวม ร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์ได้ ช่วยในการสร้างกรดโฟลิก และ มีส่วนสำคัญในการใช้โปรตีนของร่างกาย ช่วยในการดูดซึม ซึ่งเท่ากับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกรดแทนโทเทนิก วิตามินนี้จ่ะช่วยให้ผิวแลดูมีสุขภาพดี และเนียนนุ่ม ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ช่วยฟื้นคืนธรรมชาติให้เส้นผม พบมากในตับ ไต ธัญพืชไม่ขัดสี รำข้าว
วิตามินบี 5 ( กรดแพนโทเทนิก , แพทนเทนอล , แคลเซียมแพนโทเทเนต )
ละลายในน้ำอีกหนึ่งในตระกูลวิตามินบีรวม ช่วยในการสร้างเซลล์ การเจริญเติบโต และการพัฒนาของระบบประสาทส่วนกลางจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานของต่อมหมวกไต มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนไขมันและน้ำตาลให้เป็นพลังงานของร่างกาย สามารถสังเคราะห์ในร่างกายได้โดยแบคทีเรียในลำไส้ ประโยชน์คือช่วยในกระบวนการรักษาแผล ต่อสู้กับโรคติดเชื้อต่างๆ โดยการช่วยสร้างสารต้านภูมิต้านทาน ลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ พบมากในเนื้อสัตว์ ธัญพืชไม่ขัดสี จมูกข้าวสาลี รำข้าว ไต ตับหัวใจ
วิตามินซี ( กรดแอสคอร์บิก )
ละลายในน้ำ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง สัตว์ส่วนใหญ่สังเคราะห์วิตามินซีเองได้ แต่มนุษย์ ลิง และ หนูตะเพาต้องอาศัยวิตามินซีจากอาหารที่รับประทาน มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการสร้างและซ่อมแซมเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ เหงือก ผนังหลอดเลือด กระดูกและฟัน ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น ถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในภาวะเครียด ป้องกันการเกิดปฏิกิริยา ออกซิเดชันของคอเลสเตอรอล ชนิดไม่ดี ช่วยในการรักษาแผลสด แผลไหม้และอาการเลือดออกตามไรฟันเพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใช้ในการรักษาโรคติดต่อเชื้อทางเดินปัสสาวะ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัส และ แบคทีเรีบหลายชนิด ช่วยต่อต้านการสร้างสารไนไตรซามีน (สารก่อมะเร็ง ) ช่วยในการรักษาและป้องกันหวัด เพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็ก พบมากใน ผลไม้รสเปรี้ยว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว มะเขือเทศ แคนตาลูป ดอกกะหล่ำ มันฝรั่ง พริกไทย
วิตามินดี ( แคลซิเฟอรอล , ไวออสเตอรอล , เออร์กอสเตอรอล )
ละลายในไขมันร่างกายได้รับจากอาหาร หรือแสงแดด รังสียูวียจากแสงแดดจะทำปฏิกิริยากับน้ำมันที่ผิวหนัง ก่อให้เกิดการสร้างวิตามิน ซึ่งจะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกาย วิตามินดีที่ เรารับประทานเข้าไปจะถูกดูดซึม พร้อมไขมันผ่านทางผนังลำไส้ เข้าสู่ร่างกาย วิตามินดี ส่งเสริมการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งจำเป็นต่อความแข็งแรงของกระดูกและฟัน รับประทานร่วมกับวิตามินเอ และซี จะช่วยป้องกันโรคหวัดได้ ช่วยในการดูดซึมของวิตามินเอ แหล่งในธรรมชาติคือน้ำมันตับปลา ปลาซาดีน ปลาแซลมอน และ ปลาทูน่า
วิตามินอี ( โทโคฟีรอล / โทโคไทรอีนอล )
ละลายในไขมัน ถูกเก็บสะสมที่ตับ เนื้อเยื่อไขมัน หัวใจ กล้ามเนื้ออัณฑะ มดลูก เลือด ต่อมหมวกไต ประกอบด้วยสารธรรมชาติสองกลุ่มรวมแปดรูป ๆ ของแอลฟาโทโคฟีรอล จัดได้ว่ามีฤทธิ์ทางชีวภาพสูงสุด ค่าไอยู ที่ระบุไว้ในวิตามินเสริมอาหาร เป็นค่าของแอลฟาโทโคฟีรอล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม ป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นของสารกลุ่มไขมัน ทำงานเฉกเช่นเดียวกับวิตามินเอ ซีลิเนียม และ วิตามินซี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินเอ วิตามินนี้ช่วยให้แลดูอ่อนกว่าวัย โดยชลอกระบวนการเสื่อมสภาพาของเซลล์ อันเกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ช่วยป้องกันมะเร็งหลายประเภท ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านม พบมากใน จมูกข้าวสาลี ถั่วเหลือง น้ำมันพืช ถั่ว กำหล่ำดาว ผัก
วิตามินเอฟ ( กรดไขมันไม่อิ่มตัว ได้แก่ ไลโนเลอีก , ไลโนเลนิก , และ อะราคิโดนิก )
ละลายในไขมัน เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ได้จากการรับประทานอาหาร ยังไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน แต่ สถาบันวิจัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา แนะนำว่าอย่างน้อยร้อยละ 1 ของแคลลอรี่ที่เรารับประทานในแต่ละวัน ควรมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกายประกอบอยู่ด้วย วิตามินนี้ช่วยป้องกันมิให้คอเลสเตอรอลสะสมที่ผนังหลอดเลือด ช่วยให้ผมและผิวพรรณมีสุขภาพดี ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโตและ สุขภาพโดยรวม โดยกระตุ้นการทำงานของต่อมต่างๆ และทำให้เซลล์ต่างๆ ได้รับแคลเซียม ช่วยต่อสู้กับโรคหัวใจ ช่วยลดน้ำหนัก พบมากในน้ำมันจากพืช ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันรำข้าว นำมันเมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง
วิตามินเค ( เมนาไดโอน )
ละลายในไขมัน วิตามินเค มีสามชนิดคือ เค 1 ( ฟิลโลควิโนน ) พบในผักใบเขียว เค 2 ( เมนาควิโนน ) สามารถสร้างขึ้นได้เองโดยแบคทีเรียกลุ่มโพรโบติกในลำไส้ใหญ่ และ เค 3 ( ไดไฮโดรฟิลโลควิโนน ) ซึ่งเป็นวิตามินสังเคราะห์ วิตามิน เค 1 และ เค 2 ต่างก็มีความสำคัญต่อสุขภาพที่ดี ในแง่ที่แตกต่างกัน วิตามินเค 3 ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระและ ไมได้ทำหน้าที่เป็นวิตามินเคอย่างแท้จริง และ ในตัวมันเองไม่จัดว่าเป็นวิตามินที่ดีต่อร่างกายวิตามินี้ช่วยป้องกันเลือดออกภายใน และ เลือดไหลไม่หยุด ป้องกันกระดูกเปราะบาง พบมากในผักใบเขียว โยเกีร์ต อัลฟัลฟา ไข่แดง น้ำมันดอกคำฝอย
วิตามินพี ( ซีคอมเพล็กซ์ , ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์ , รูติน , เฮสเพอริดิน )
ละลายในน้ำ ประกอบด้วยซิตริน รูติน และ เฮสเพอริดิน รวมไปถึงฟลาโวนและ ฟลาโวนอล จำเป็นต่อการทำงานและการดูดซึมของวิตามินซี มีอีกชื่อหนึ่งว่าตัวควบคุมการทำงานของ เส้นเลือดฝอย (ชื่อวิตามินพี นั้น ย่อมาจาก Permeability )ช่วยวิตามินซี ในการเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อที่เกียวพัน ป้องกันไม่ให้วิตามินซีถูกทำลายจากปฏิกิริยา ออกซิเดชั่น เพิ่มความแข็งแรงผนังเส้นเลือดฝอย เสริมภูมิต้านทาน ป้องกันโรคติดเชื้อ เพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินซี พบมากในส่วนกากสีขาวของผลไม้รสเปรี้ยวเช่น ส้ม มะนาว
วิตามินที
มีข้อมูลเกี่ยวกับวิตามินชนิดนี้น้อยมาก ทราบแต่เพียงว่ามันช่วยในกระบวนการแข็งตัวของเลือด และ สร้างเกล็ดเลือด ด้วยคุณสมบัตินี้มันจึงมีส่วนสำคัญในการป้องกันและรักษาภาวะเลือดจาง และ ฮีโมฟีเลีย ยังไม่มาขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีจำหน่ายในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามท้องตลาด วิตามินี้พบได้ในเมล็ดงา และ ไข่แดง
วิตามินยู
ข้อมูลของวิตามินยูยิ่งมีน้อยกว่า วิตามินที มีข้อสันนิษฐานว่ามันมีส่วนสำคัญในการช่วยบำบัดแผลพุพอง แต่ความเห็นในวงการแพทย์ ยังไม่ตรงกันในประเด็นนี้ วิตามินนี้พบได้ในกะหล่ำปลีดิบ และไม่พบว่ามีอันตรายต่อร่างกาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น